เมื่อเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา Morgan Stanley Capital International (MSCI) สถาบันการเงินที่จัดทำดัชนี MSCI Index ซึ่งมักจะถูกใช้เป็นบรรทัดฐานในการเปรียบเทียบผลตอบแทนของกองทุน ได้ประกาศยอมรับหุ้นจีนประเภท A-share หรือหุ้นที่จดทะเบียนในตลาดหุ้นบนจีนแผ่นดินใหญ่ เข้าเป็นปัจจัยในการคำนวณดัชนี MSCI โดยจะเริ่มเข้าสู่การคำนวณอย่างเป็นทางการในเดือน พ.ค.ปีหน้า โดยสิ่งนี้เป็นการยืนยันพัฒนาการของตลาดหุ้นจีน ที่ได้ก้าวหน้าจนเป็นที่ยอมรับในระดับสากลมากขึ้นเรื่อยๆ

นักวิเคราะห์บางส่วนมองว่า ความเจริญเติบโตของตลาดหุ้นจีน ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากความเชื่อมั่นในสกุลเงินหยวน ที่นับวันจะทวีความสำคัญบนเวทีการเงินโลกมากขึ้นเรื่อยๆ

ในปี 2558 กองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือไอเอ็มเอฟประกาศให้ สกุลเงินหยวนของจีนเข้าร่วมในตะกร้าสกุลเงินของไอเอ็มเอฟ (ตะกร้าเงินเอสดีอาร์) ที่กำหนดให้ประเทศสมาชิกใช้เป็นเงินทุนสำรองระหว่างประเทศ เช่นเดียวกับสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ, ยูโร, เยนของญี่ปุ่น และปอนด์ของอังกฤษ ซึ่งนักวิเคราะห์ลงความเห็นว่า การตัดสินใจของไอเอ็มเอฟเป็นการยืนยันว่า เงินหยวนได้ก้าวเข้าสู่การเป็นสกุลเงินระดับโลกแล้ว และจะเป็นตัวขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจของจีนในอนาคต

เมื่อปีที่แล้ว สมาคมสื่อสารการเงินระหว่างธนาคารนานาชาติ (Society for Worldwide Interbank Financial Telecommunications : SWIFT) เปิดรายงานการสำรวจ ระบุว่า ประเทศทั่วโลกได้เริ่มใช้เงินสกุลหยวนในการชำระเงินมากขึ้น โดยคิดเป็นจำนวน 12.9 เปอร์เซ็นต์ของยอดการทำธุรกรรมทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากปี 2557 ราว 2 เปอร์เซ็นต์

นอกจากนี้ ในเดือน ก.ย. ปีที่ผ่านมา ได้มีการใช้สกุลเงินหยวนในการชำระเงินคิดเป็นจำนวนร้อยละ 2.03 ของการชำระเงินทั้งหมดทั่วโลก เติบโตขึ้นจากเดือน ส.ค. ซึ่งมีจำนวนร้อยละ 1.86 อีกทั้ง ยังมีการชำระหนี้โดยใช้เงินหยวน เป็นเงินมูลค่ามากกว่า 10 เปอร์เซ็นต์ของมูลค่าทั้งหมดในการทำธุรกรรมไปยังประเทศจีน จากประเทศต่างๆจำนวน 57 ประเทศ

ทางด้าน โกลบอลไฟแนนเชี่ยล อินเด็กซ์ ได้เปิดเผยการจัดอันดับ ศูนย์กลางการเงินโลก 87 เมืองทั่วโลก ในปีที่ผ่านมา ซึ่งเมืองใหญ่ของจีน ติดอันดับหลายเมือง มหานครเซี่ยงไฮ้ ก้าวขึ้นติดอันดับ 16 เดินหน้าสู่การเป็นศูนย์กลางหลักในการสนับสนุนความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจจีน พร้อมกับการก้าวสู่ความเป็นสากลของเงินหยวนในปี 2020

นอกจากนี้ การก่อตั้งธนาคารเพื่อการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานแห่งเอเชีย (เอไอไอบี) ซึ่งจีนเป็นผู้ริเริ่ม ก็เป็นส่วนสำคัญที่สนับสนุนการผงาดขึ้นของสกุลเงินหยวน โดยในปัจจุบัน ธนาคารใหม่แห่งนี้ที่ มีสมาชิกทั่วโลก 70 ราย ครอบคลุมเกือบเต็มอาณาบริเวณเส้นทางสายไหม และยังสั่งสมความแข็งแกร่งมากขึ้นๆ จนมีการใช้เงินหยวนเป็นเงินตราแลกเปลี่ยนหลักในระดับทวิภาคีกันอย่างกว้างขวาง

รายงานระบุว่า ที่ผ่านมา มีเงินลงทุนใหม่จากต่างประเทศหลั่งไหลไปสู่แดนมังกรราว 3.36 ล้านล้านดอลลาร์ แบ่งเป็นตลาดพันธบัตร ตลาดหุ้น และสินทรัพย์ธนาคารจำนวน 7.79 แสนล้าน, 2 แสนล้านดอลลาร์ และ 2.38 ล้านล้านดอลลาร์ ตามลำดับ ด้วยเหตุนี้ ทำให้หลายฝ่ายเชื่อว่า ในอนาคต ตลาดเงินของจีนก็จะมีขนาดเดียวกับสหรัฐ ที่มีมูลค่า 137 ล้านล้านดอลลาร์ ภายในปี 2025