ในช่วงเวลาที่ฯพณฯ สีจิ้นผิงประธานาธิบดีแห่งประเทศจีนได้เดินทางไปเยือนประเทศคาซักสถานและอินโดนีเซียเมื่อปี ค.ศ. 2013 ฯพณฯ ประธานาธิบดี สี ได้เสนอแนวคิดที่จะร่วมสร้าง “แนวเขตเศรษฐกิจบนเส้นทางสายไหมและเส้นทางสายไหมทางทะเลในศตวรรษที่ 21” (The “Belt and Road” Initiative) เมื่อวันที่ 28 มีนาคมที่ผ่านมา รัฐบาลจีนได้ประกาศ “วิสัยทัศน์และปฏิบัติการว่าด้วยร่วมสร้างแนวเขตเศรษฐกิจบนเส้นทางสายไหมและเส้นทางสายไหมทางทะเลในศตวรรษที่ 21” ซึ่งระบุแนวคิดในภาพรวมและกรอบความร่วมมือของฝ่ายจีนสำหรับ The “Belt and Road” Initiative อย่างเป็นระบบและทั่วด้าน ข้าพเจ้าใคร่ขอถือโอกาสนี้ ร่วมแบ่งปันความคิดแความรู้สึกในการผลักดัน The “Belt and
Road” Initiative กับเพื่อนมิตรชาวไทยทั้งหลาย
007
1. The “Belt and Road” Initiative
สอดคล้องกับกระแสของยุคสมัยแห่งความร่วมมือระหว่างภูมิภาคท่านทั้งหลายคงทราบดี เมื่อ 2000 กว่าปีก่อน ประชาชนที่ขยันขันแข็งและกล้าหาญบนผืนแผ่นดินใหญ่ของทวีปเอเชียและยุโรปได้ค้นพบเส้นทางการค้าหลายสายที่เชื่อมโยงอารยะธรรมทวีปเอเชีย ยุโรป และอาฟริกา ซึ่งก็คือ “เส้นทางสายไหม” อันมีชื่อเสียง ประเทศต่าง ๆ ตามเส้นทางนี้ได้เรียนรู้ซึ่งกันและกัน ทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนทางด้านสินค้า เทคโนโลยี บุคลากร และความคิด ขับเคลื่อนให้เศรษฐกิจ วัฒนธรรมและสังคมก้าวหน้าไป กระตุ้นให้เกิดการพูดคุยและความผสมผสานทางอารยะธรรม และได้ร่วมกันสร้างความ รุ่งโรจน์ทางอารยะธรรมแห่งมนุษยชาติ ทุกวันนี้ เจตนารมณ์เส้นทางสายไหมที่สันติ และร่วมมือ เปิดออกและใจกว้าง เรียนรู้ซึ่งกันและกัน เอื้อประโยชน์และชนะด้วยกันนั้น สอดคล้องกับกระแสแห่งยุคสมัยที่เป็นสันติภาพและการพัฒนา ยิ่งควรได้รับการสืบทอดและเชิดชู The “Belt and Road” ได้เชื่อมต่อเอเชียกลาง เอเชียใต้ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เอเชียตะวันตก อาฟริกาเหนือและยุโรปเข้าด้วยกัน ในบริเวณมีประชากรประมาณ 4,400 ล้านคน ปริมาณรวมของเศรษฐกิจอยู่ที่ประมาณ 21 ล้านล้านเหรียญสหรัฐฯ คิดเป็น 63% และ 29% ของทั่วโลกตามลำดับ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ให้ภูมิภาคต่าง ๆ แลกเปลี่ยนและเสริมข้อได้เปรียบซึ่งกันและกัน สร้างห่วงโซ่อุปทานห่วงโซ่ธุรกิจและห่วงโซ่คุณค่าและพัฒนาให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น สร้างระเบียงเศรษฐกิจระหว่างประเทศใหม่และช่องทางการขนส่งคมนาคมใหม่ที่สะดวก ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพสูง ทำให้ความร่วมมือ ระหว่างภูมิภาคก้าวขึ้นสู่ระดับใหม่ The “Belt and Road” Initiative จะประกอบด้วยการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและการปฏิรูประบบและกลไก จะเป็นประโยชน์ในการปรับปรุงภาวะแวดล้อมทางธุรกิจการค้าของประเทศต่าง ๆ ภายในและระหว่างภูมิภาคให้ดียิ่งขึ้น เป็นประโยชน์ ทำให้ปัจจัยสำคัญภายในภูมิภาคสามารถหมุนเวียนอย่างเสรี เป็นระเบียบและได้รับการจัดสรรอย่างมีประสิทธิผล เป็นประโยชน์สำหรับการพัฒนาของประเทศที่ไม่มีทางออกทะเลและพื้นที่ทุรกันดารของประเทศต่างๆ เป็นประโยชน์ในการช่วยลดต้นทุนการค้าการลงทุนและขจัดการกีดกันการค้าระหว่างประเทศต่าง และก็เป็นประโยชน์ในการเพิ่มพูนพลังขับเคลื่อนการปฏิรูปและพัฒนาของประเทศต่างๆ อีกด้วยเรื่องที่ข้าพเจ้าจะขอเน้นย้ำก็คือ ประเทศจีนกับประเทศตามเส้นทางฯ มีพื้นฐานความร่วมมือทางเศรษฐกิจการค้าระหว่างอย่างดีเยี่ยม ประเทศจีนเป็นหุ้นส่วนทางการค้าที่ใหญ่ที่สุด แหล่งการลงทุนที่ใหญ่ที่สุด และก็ย่อมเป็นตลาดของส่งออกที่ใหญ่ที่สุดของหลายประเทศตามเส้นทางฯ เมื่อปี ค.ศ. 2014 มูลค่าการค้าสินค้าระหว่างจีนกับประเทศต่าง ๆ ตามเส้นทางฯมีมากกว่า 1.1 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งคิดเป็น 26 % ของยอดมูลค่าการค้าของจีน การลงทุนทางตรงที่มิใช่ทรัพย์สินทางการเงินจากประเทศจีนไปสู่ประเทศตามเส้นทางฯมีมากกว่า 12,000 ล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็น 12% ของยอดการลงทุนทางตรงที่มิใช่ทรัพย์สินทางการเงินของจีน มูลค่าโครงการก่อสร้างที่จีนเป็นผู้รับเหมาในประเทศตามเส้นทางฯ สูงถึง 64,400 ล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็น 45% ของมูลค่ารวม ประเทศจีนได้สร้างเขตความร่วมมือทางเศรษฐกิจการค้านอกประเทศจำนวนมากใน 23 ประเทศตามเส้นทางฯ ซึ่งเขตความร่วมมือเหล่านี้ได้กลายเป็นพาหะสำคัญสำหรับความร่วมมือทางเศรษฐกิจการค้าของ The “Belt and Road” แล้ว ประเทศจีนได้เสนอที่จะดำเนินยุทธศาสตร์เขตการค้าเสรี จะพยายามพัฒนาความสัมพันธ์ทางการค้าเสรีกับประเทศที่มีความประสงค์ตามเส้นทางฯ เพื่อให้การรวมกลุ่มเศรษฐกิจ ความเสรีทางการค้าและการลงทุน และการเปิดตลาดซึ่งกันและกันมีระดับสูงยิ่งขึ้น

006
2. The “Belt and Road” Initiative เป็นข้อริเริ่มความร่วมมือทางเศรษฐกิจที่เปิดกว้างอาจจะมีคนเป็นห่วงว่า The “Belt and Road” Initiative เสนอโดยฝ่ายจีน และจะกลายเป็นเครื่องมือการเมืองภูมิรัฐศาสตร์ของจีนหรือไม่? ข้าพเจ้าขอยืนยันกับท่านทั้งหลายว่า ข้อกังวลนี้ไม่จำเป็นจริงๆ The “Belt and Road” Initiative ไม่ใช่จีนร้องเดี่ยวแต่เพียงผู้เดียว หากแต่เป็นการขับร้องหมู่ร่วมกันของประเทศต่าง ๆ ตามเส้นทางฯ ไม่ใช่เป็นเขตพื้นที่ประเทศจีนได้รับประโยชน์แต่เพียง หากแต่เป็นเส้นทางที่ประเทศต่าง ๆร่วมแบ่งปันผลประโยชน์ด้วยกัน การผลักดัน The “Belt and Road” Initiative นั้นจะช่วยกระตุ้นให้เกิดความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างภูมิภาค และความเจริญรุ่งเรืองทางเศรษฐกิจของประเทศต่าง ๆ ตามเส้นทางฯ เสริมสร้างการแลกเปลี่ยน และเรียนรู้ซึ่งกันและกันระหว่างอารยะธรรมที่ต่างกัน ส่งเสริมสันติภาพและการพัฒนาของโลก เป็นภารกิจอันยิ่งใหญ่ที่จะ นำความผาสุกให้แก่ประชาชนประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก The “Belt and Road” Initiative จะยึดถือความร่วมมือทางเศรษฐกิจเป็นพื้นฐานและเป็นแกนหลัก ยึดถือการแลกเปลี่ยนบุคคลและวัฒนธรรมเป็นตัวหนุนที่สำคัญ ยืนหยัดไม่แทรกแซงกิจการภายในของประเทศในภูมิภาค ไม่แสวงหาอำนาจครอบงำในกิจกรรมภูมิภาคและ เขตอิทธิพล The “Belt and Road” จะไม่ทดแทนข้อริเริ่มหรือกลไกความร่วมมือภูมิภาคที่มีอยู่ในปัจจุบัน หากแต่จะขับเคลื่อนให้บรรลุซึ่งความเชื่อมต่อกัน ของยุทธศาสตร์การพัฒนาและเสริมข้อได้เปรียบซึ่งกันและกันสำหรับประเทศ ตามเส้นทางฯ โดยบนพื้นฐานที่มีอยู่แล้ว ฝ่ายจีนจะปฏิบัติตามหลักการ ร่วมหารือ ร่วมพัฒนา และร่วมแบ่งปัน ส่งเสริมการปรึกษาหารือกับประเทศตามเส้นทางฯ ร่วมกันระดมความคิดและใช้ความสามารถ ผลักดันโครงการความร่วมมือสำคัญที่ได้รับความเห็นชอบด้วยกันและมีความจำเป็นจำนวนหนึ่ง เพื่อให้ประชาชนประเทศต่าง ๆ ตามเส้นทางฯได้รับผลประโยชน์อย่างแท้จริง

3. The “Belt and Road” Initiative ไม่ได้ห่างไกลจากประเทศไทยประเทศไทยเป็นสถานีสำคัญในเส้นทางสายไหมทางทะเลตั้งแต่สมัยโบราณสำหรับเส้นทางสายไหมทางทะเลในศตวรรษที่ 21 นั้น ประเทศไทยเป็นจุดเชื่อมต่อของอาเซียนทั้งทางบกและทางทะเล และเป็นศูนย์กลางโดยธรรมชาติสำหรับตลาดใหญ่อาเซียนที่มีประชากร 600 กว่าล้านคน มีข้อได้เปรียบด้านที่ตั้งที่ประเทศอื่นๆไม่มี โครงสร้างพื้นฐานต่างๆ เช่น ทางหลวง ทางรถไฟ สายการบิน ท่าเรือ การสื่อสาร การไฟฟ้า ฯลฯ ค่อนข้างสมบูรณ์ มีศักยภาพอันยิ่งใหญ่ในการพัฒนาเส้นทางสายไหมทางทะเลในศตวรรษที่ 21 ระยะเวลายาวนานที่ผ่านมาประเทศจีนและประเทศไทยได้ช่วยเหลือและสนับสนุนซึ่งกันและกัน ก้าวหน้าไปด้วยกันในกระบวนการการพัฒนาของตนเองมาโดยตลอด ข้าพเจ้าได้ทราบว่าประเทศไทยกำลังทุ่มเทพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น พัฒนาเครือข่ายรถไฟและทางหลวงภายในประเทศก่อสร้างและขยายท่าเรือ เพิ่มเที่ยวบินใหม่ๆ เพื่อยกระดับตนเองในฐานะที่เป็นศูนย์กลางแห่งความเชื่อมโยงกันในภูมิภาคนี้ การพัฒนาความเชื่อมโยงกันทางโครงสร้างพื้นฐานอยู่ในระดับต้นๆสำหรับการพัฒนา The “Belt and Road” Initiative การที่จีนและไทยจักเสริมสร้างความร่วมมือในปริมณฑลนี้ เป็นการแสดงออกซึ่งมิตรภาพและการมองการณ์ไกลที่จะร่วมพัฒนาเส้นทางสายไหมทางทะเลในศตวรรษที่ 21 ของทั้งสองประเทศ ซึ่งไม่เพียงแต่จักทำให้ประเทศไทยกลายเป็นศูนย์กลางทางคมนาคมขนส่งในภูมิภาคที่มีความสำคัญยิ่งขึ้นเท่านั้น อีกทั้งยังจักแสดงบทบาทที่เป็นแบบอย่างที่ดียิ่งขึ้นในการส่งเสริมความเชื่อมโยงของภูมิภาคและการพัฒนาเคลือข่ายรถไฟ Pan-Asia อีกด้วย ปัจจุบันนี้ 60 กว่าประเทศและองค์กรระหว่างประเทศรวมทั้งประเทศไทยได้แสดงท่าทีในเชิงบวกที่จะเข้าร่วมพัฒนา The “Beltand Road” Initiative การเตรียมการก่อตั้งธนาคารเพื่อการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานเอเชียได้มีความคืบหน้าอย่างเป็นรูปธรรม กองทุนเส้นทางสายไหมได้เริ่มต้นอย่างราบรื่น โครงการความเชื่อมโยงกันทางโครงสร้างพื้นฐานซึ่งรวมโครงการรถไฟจีน-ไทยได้ก้าวหน้าไปอย่างมั่นคง Early Harvest เหล่านี้ได้แสดงให้เห็นถึงอนาคตอันกว้างไกลของThe “Belt and Road” Initiative ข้าพเจ้าเชื่อว่า ในเมื่อที่ประเทศต่าง ๆ ตามเส้นทางฯ จักร่วมแรงร่วมใจกัน และก้าวหน้าไปในทิศทางเดียวกัน เราก็ย่อมสามารถสร้างความรุ่งโรจน์ใหม่ของ The “Belt and Road” Initiative อย่างแน่นอน ให้ประชาชนประเทศต่าง ๆ ตามเส้นทางฯ ซึ่งรวมประชาชนจีนและประชาชนไทย ร่วมแบ่งปันผลประโยชน์จากการพัฒนาของThe “Belt and Road” Initiative