เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2558 ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีนภายใต้การดำเนินงานของสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงปักกิ่ง และสถานกงสุลใหญ่ทุกแห่งในจีน พร้อมด้วยศูนย์ธุรกิจสัมพันธ์ กระทรวงการต่างประเทศ ได้ร่วมกันจัดงานสัมมนาในหัวข้อ “One Belt One Road กับโอกาสทางการค้าระหว่างไทย-จีน” ณ โรงแรม Amari Watergate กรุงเทพฯ โดยมีผู้ประกอบการ SMEs และภาคเอกชนเข้าร่วมงานกว่า 300 คน นายธีรกุล นิยม เอกอัครราชทูตประจำสาธารณรัฐประชาชนจีน ได้กล่าวเปิดงานสัมมนา โดยชี้ว่าในปี 2558 ซึ่งเป็นปีครบรอบ 40 ปีแห่งความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-จีน จึงถือเป็นโอกาสที่ดีในการยกระดับความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับจีน ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกับที่ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ประกาศนโยบาย One Belt One Road (หนึ่งแถบ หนึ่งเส้นทาง) ซึ่งหมายถึง เขตเศรษฐกิจตามเส้นทางสายไหมและ เส้นทางสายไหมทางทะเลในศตวรรษที่ 21 ไทยให้ความสำคัญกับการเชื่อมโยงในภูมิภาค ไทยตั้งอยู่ตรงกลางของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จึงเปรียบเสมือนเป็น “ประตูสู่อาเซียนของจีน” ขณะนี้ ไทยก็เป็นส่วนหนึ่งของนโยบาย “หนึ่งแถบ หนึ่งเส้นทาง” อาทิ ความร่วมมือด้านรถไฟและท่าเรือไทย-จีน และในอนาคตเชื่อว่านโยบาย “หนึ่งแถบ หนึ่งเส้นทาง” จะทำให้เศรษฐกิจจีนและประเทศในแถบเส้นสายไหมขยายตัวขึ้น จีนถือเป็นประเทศที่เป็นโอกาสของไทยเพราะ (1) เป็นตลาดที่ใหญ่และมีกำลังซื้อสูง (2) ชาวไทยและชาวจีนมีรสนิยมคล้ายกัน ความชื่นชอบในสินค้าคล้ายกัน และมีทัศนคติที่ดีต่อกัน (3) ไทยและจีนมีวิถีชีวิตและความคิดที่คล้ายกัน ชาวจีนมาลงทุนในไทยก็เหมือนมาลงทุนที่บ้าน ไม่ต้องปรับตัวมาก และ (4) ความใกล้กันทางภูมิศาสตร์เป็นประโยชน์ต่อการคมนาคมขนส่งอย่างมากผู้ประกอบการไทยควรต้องศึกษาหุ้นส่วนที่จะไปร่วมลงทุนหรือร่วมธุรกิจให้รอบคอบ ศึกษากฎระเบียบให้ละเอียดถี่ถ้วน เพราะในแต่ละมณฑลมีกฎระเบียบกฎเกณฑ์ที่แตกต่างกัน

008

นอกจากนี้ จะต้องศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภคว่าชาวจีนในแต่ละพื้นที่มีลักษณะอย่างไร เช่น ปัจจุบันพฤติกรรมการบริโภคของชาวจีนเน้นการซื้อขายออนไลน์ ทำให้ผู้ประกอบการหันมาสนใจการทำธุรกิจแบบe-commerce มากขึ้น จึงจำเป็นต้องศึกษาและเรียนรู้วิธีการทำธุรกิจออนไลน์เป็นต้นในงานสัมมนาครั้งนี้ ผู้เข้าร่วมยังได้รับฟังข้อมูลเกี่ยวกับโอกาสทางการค้าการลงทุนหลากหลายแง่มุมภายใต้หัวข้อต่าง ๆ อาทิ บทบาทของศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน” ซึ่งเป็นตัวช่วยสำคัญของผู้ประกอบการไทยในการทำธุรกิจในจีน “One Belt One Road กับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจและการค้าไทย-จีน” “ความเชื่อมโยงทางถนนและทางทะเล (connectivity) ระหว่างจีนกับไทย” “บรรยากาศทางการค้าและพฤติกรรมผู้บริโภคในจีน” และ “โอกาสทางการค้าในจีนผ่าน e-commerce” จากวิทยากรและผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับเศรษฐกิจจีน อาทิ นายสุชาติ เลียงแสงทอง กงสุล ใหญ่ ณ นครคุนหมิง เรือโท โกเมศ กมลนาวิน กงสุลใหญ่ ณ นครเฉิงตู นางสาวพาชื่นพรมงคล กงสุลใหญ่ ณ เมืองเซี่ยเหมิน คุณประเสริฐศักดิ์ องค์วัฒนกุล รองประธานหอการค้าไทยในจีน ได้รับเกียรติเป็นวิทยากรบรรยายในหัวข้อบรรยากาศทางการค้าในจีนปี พ.ศ. 2558 และพฤติกรรมผู้บริโภค คุณประเสริฐศักดิ์กล่าวว่าในตลอด 66 ปีของการสถาปนาประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีนที่ผ่านมา นโยบายของภาครัฐจีนมีความต่อเนื่อง ทำให้มีการพัฒนาทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะในระบบสาธาณูปโภคพื้นฐานอย่างมาก จากผลิตภัณฑ์พื้นฐานต่างๆกระทั่งเครื่องบินลำแรกที่ผลิตออกมาโดยประเทศจีน และการสู่มนุษอวกาศไปยังดวงจันทร์ สิ่งต่างๆเหล่านี้ล้วนแสดงให้เห็นศักยภาพของประเทศจีน นักธุรกิจไทยที่จะเปิดตลาดในจีน ควรเข้าใจประเทศจีนอย่างถูกต้อง เข้าไปสัมผัสประเทศจีนและ สร้างพันธมิตรทางธุรกิจ แนะนำสื่อสารสินค้าและบริการของตนให้ตลาดจีนเข้าใจ และสร้างความรู้สึกที่ดีต่อกัน สร้างและสนับสนุนบุคลากรที่เข้าใจตลาดจีนให้กับ องค์กรของท่าน มีความมั่นใจในศักยภาพของตลาดจีน และพร้อมรับความท้าทายนักธุรกิจไทยควรรักษาคุณภาพของสินค้าและบริการ ภาพลักษณ์ขององค์กรและ ตลาดอย่างต่อเนื่อง และสามารถมองหาโอกาสในการชักชวนนักธุรกิจจีนมาร่วมทำธุรกิจในไทย เชื่อว่าหน่วยงานรัฐบาลของไทย สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงปักกิ่งและสถานกงสุลใหญ่ทุกแห่งในจีน รวมทั้งหอการค้าไทยในจีนและบริษัทสมาชิกพร้อมให้คำแนะนำและการสนับสนุนนักธุรกิจไทยในการเบิกตลาดจีนการลดลงของตลาดหุ้นจีนและค่าเงินหยวนที่ผ่านมาเชื่อว่าเป็นมาตรการของภาครัฐจีนที่สร้างเสถียรภาพทางการเงินนักธุรกิจไทยในจีนยังมีความเชื่อมั่นในเศรษฐกิจจีนในระยะยาวโอกาสและทางเลือกใหม่ๆในจีนเกิดขึ้นทุกวัน ผู้บริโภคจีนมีความกล้าลองกล้าซื้อเนื่องจากกำลังซื้อที่สูงขึ้นและสินค้าที่มีมากขึ้น อีคอมเมิร์ซทำให้รูปแบบธุรกิจสมัยใหม่ควรจะ สะดวกซื้อสะดวกจ่าย ส่งถึงบ้านตามกำหนดและพร้อมรับคืนสินค้าสินค้าไทยจะลุยตลาดจีนต้องรักษาความนิยม สร้างและรักษาตลาดอย่างต่อเนื่องบริหารจัดการเสถียรภาพในเชิงปริมาณและเวลา ใช้มืออาชีพสร้างตลาดและขยายพื้นที่ เข้าใจพฤติกรรมและความต้องการ ที่สำคัญคือการรักษาคุณภาพสินค้า คุณเกศรินทร์ อริยพงศ์ รองเลขาธิการหอการค้าไทยในจีนได้แนะนำภาพรวม แนวโน้ม และแพลทฟอร์มหลักๆ ในอีคอมเมิร์ซของจีน จากประสบการณ์ คลุกคลีกับอีคอมเมิร์ซจีนที่ผ่านมา ท่านได้ให้คำแนะนำสำหรับนักธุรกิจไทยที่จะทำธุรกิจผ่านอีคอมเมิร์ซจีนว่า นักธุรกิจไทยควรศึกษาภาพรวม ติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหว เทรนด์ใหม่ๆของจีนอย่างต่อเนื่อง รู้จักตลาดและกลุ่มผู้ซื้อเป้าหมาย วิเคราะห์และประเมินกำลังของตนเอง วางทีมงานสำหรับบริหารช่องทางอีคอมเมิร์ซโดยเฉพาะ ราคาจะเป็นหนึ่งในปัจจัยหลักของการตัดสินใจการใช้จ่ายผ่านอีคอมเมิร์ซ แต่การสร้างความมั่นใจและบริการก็เป็นสิ่งสำคัญ ควรมีการปกป้องตราสินค้าของตนเอง